10 อันดับส่วนประกอบที่ช่วยใหุ้คุณขาวใส!!!
เป็นไงหล๊า เจอพาดหัวเรื่องเล่นเอางงไปเลยหละสิ ป่วงได้ใจอีกตามเคย ![]()
จะพูดให้ง่ายก็คือ วันนี้พีชจะมาเม้าส์เรื่องวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขาวนั่นเอง
ในขณะที่กระแสผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขาวมันมากขึ้นทุกว๊านทุกวัน แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย
ยัยพีชเองก็เป็นเด็กผู้หญิงสาวแสนสวย (หร๋อออ) อีกนางหนึ่งที่วิ่งตามหาความขาวมาทั้งชีวิต
แล้วก็หมดตูดไปกับผลิตภัณฑ์บารุงผิวไปหลายตังอยู่ ล่าสุดนังพีชก็เพิ่งถอยยกเซ็ตเวชสำอางค์ของ OP มาค่ะ
กล่องแรกเป็นเอสเซ็นส์ใช้เดือนแรก ข้างในมี 4 หลอดบังคับใช้ให้หมดอาทิตย์ละ 1 หลอด

อีกกล่องเป็นชุดคู่กันใช้ในเดือนที่ 2-3-4 หน้าตามันเป็นแบบนี้

ก็ตอนนี้ใช้มาได้ประมาณสองเดือนกว่าแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าเกร็ดเอ๊ยหนังหน้า 555+
เริ่มดูเรียบเกลี้ยงใสขึ้นจนเห็นเป็นปลื้มเชียวคะ โดยเฉพาะซีรั่มหลอดที่ 3 นับจากซ้ายมือ
แต่ดันชินมือจากเซ็ตแรกเลยใช้หนักมือไปหน่อย ผลคือหมดก่อนตัวอื่นเลยหนะสิ แย่แล้วๆ คุณน้องพีชปลื้มตัวนี้มากๆเลยด้วย ทำไงดี อุตส่าห์แจ้นไปถามที่เคาเตอร์ก็ดันไม่มีขายแยก
เอาไงดีดั้นต้องสวยๆ ก็เลยมานั่งแกะรายละเอียดว่ามันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ศึกษาไป ศึกษามาเลยได้ความรู้เกี่ยวกับพวก Whitening Cream มาโขเลยค่ะ รอบนี้ถึงจะหายไปนาน แต่ความรู้รับรองว่าคุ้มค่ะ จิงจิ๊งงงงงงงงงงง
เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าโน๊ะ ปัจจุบันสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่เป็นที่ยอมรับมีดังนี้ค่ะ
Hydroquinone
ไฮโดรควินโนนตัวนี้ค้นพบนานแล้วและเคยโด่งดังมากอยู่ช่วงนึง แต่ได้มีการค้นพบว่ามันทำให้เกิดการกลายพันธุ์ใน Salmonella และเป็นสาเหตุให้เกิดพิษต่อเซลล์ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ทำให้ผิวหน้าแดง และเปลี่ยนเป็นดำในที่สุด หลายประเทศจึงสั่งระงับใช้สารตัวนี้ ห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางค์เป็นอันขาด แต่ในประเทศไทยเราก็มักจะพบได้บ่อยๆ ตามผลิตภัณฑ์ลักลอบนำเข้าจากจีนในชื่อที่หลากหลายมั๊กๆ
Arbutin
อาร์บูติน แบ่งเป็น 2 อนุพันธ์ ได้แก่ เบต้า อาร์บูติน และ อัลฟ่า อาร์บูติน เจ้าเบต้า อาร์บูตินจะได้จากพืชธรรมชาติอย่างเช่น Saxifragaceae ,Bearberry แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีฤทธิ์ไม่แรงพอ จึงได้มีการคิดค้นตัดแต่งอนุพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายจึงได้เจ้า อัลฟ่า อาร์บูติน ออกมาให้พวกเราได้ใช้กันค่ะ ถึงแม้จะมีผลวิจัยในห้องแลปที่ชัดเจนนะคะว่าอัลฟ่าอาร์บูตินสามารถระงับการสร้างเม็ดสีได้จริงและดีกว่า โคจิกและเบต้าอาร์บูติน แต่ผลวิจัยในมนุษย์ยังมีน้อย บางยี่ห้อจึงยังไม่กล้าพอที่จะใช้เผื่อวันดีคืนดีเกิดมีคนใช้แล้วหน้าพังขึ้นมาใครจะไปรู้ จึงเลี่ยงไปใช้ เบต้า อาร์บูตินจากธรรมชาติแทน สวยช้าหน่อยแต่ปลอดภัยดี
Kojic Acid
Kojic acid เป็นผลผลิตที่ได้จากขบวนการเมตาบอลิซึมของเชื้อรา ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการสังเคราะห์ กรดโคจิกจากเห็ด Aspergillus ในปี ค.ศ. 1907 เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยที่เป็นฝ้าโดยทดลองทาเจลที่มีส่วนผสมของ kojic acid 2%, glycolic 10% และ hydroquinone 2%
ครึ่งหน้าส่วนอีกครึ่งใช้ส่วนประกอบเดิมแต่ตัดเจ้า kojic acid 2% ออก ใช้เวลาทดลอง 12 สัปดาห์ ผลปรากฎว่าผิวหน้าขาวขึ้นทั้งสองซีก แต่ซีกที่ใช้กรดโคจิกให้ผลที่ดีกว่า นอกจากนี้ กรดโคจิกยังสามารถช่วยจำกัดสารโลหะหนักที่มีส่วน ในการเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด แต่มีข่าวร้ายนิดๆ เพราะได้ข่าวมาว่า Kojic ถูกแบนที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี สวิสเซอร์แลนด์ สาเหตุเพราะว่าผลการทดลองกรดโคจิกในหนูทดลอง พบว่ามันเป็น carcinogen หรือสารก่อมะเร็ง ที่ทำให้บรรดาหนูๆพากันป่วยเป็นมะเร็งตายกันหมด แต่ว่า…. ทางฝั่งตะวันตกอย่างอเมริกา ได้หยิบงานวิจัยของญี่ปุ่นตัวนี้มาปัดฝุ่นทดลองกันใหม่แล้วได้ผลว่า ทางญี่ปุ่นทดลองไม่ละเอียดนัก เพราะไม่ได้ควบคุมปริมาณการให้โคจิกโดย เปรียบเทียบกับน้ำหนักตัวเหมือนเช่นผลการทดลองทั่วไป แล้วผลการทดลองจากทางฝั่งอเมริกา ก็ออกมาว่าปริมาณสารที่ฉีดให้หนูในญี่ปุ่นเป็นแบบ overdose หรือ เกินขนาดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวถึง 500 เท่า จึงไม่แปลกเลยที่มันจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง ใครไม่เชื่อก็ลองไปกินยาชนิดไหนก็ได้ครั้งละ 500 เม็ดดู ไม่ตายสิแปลก (อันนี้เม้าส์มอยเองน๊า 555+)
สรุปคือ ทางฝั่งอเมริกาและยุโรป เชื่อตามผลทดลองนี้และอนุญาติให้ใช้กรดโคจิกในเครื่องสำอางค์ได้ ส่วนทางญี่ปุ่น เกาหลี สวิสไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายกเลิกแบนหรือยังนะ เมื่อได้คำตอบดังนี้แล้ว ยัยพีชก็เม้าส์กับเพื่อนสาวที่อเมริกาถามไปถามมาเลยได้เจอกับ

Riviva – Skin Lightener For Day Fade Cream with Kojic Acid. เอาเป็นว่าสิ้นเดือนนี้เจอกันนะ
Azelaic acid
กรดอะซีลาติก จัดเป็นสารประเภท ไดคาร์บ็อกซิลิก แอซิด (dicarboxylic acid) ได้จากยีสต์ที่ใช้ในการหมักข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์ มีชื่อว่า Pityrosporum ovale โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเอ็นไซม์ไทโรซิเนส จึงทำให้เมลานินลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวขาวขึ้น และมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว ทำให้การอักเสบลดลง และมีกระบวนการสร้างคีราตินเป็นปกติ จึงลดการอุดตันของหัวสิว และมีรูขุมขนเล็กลง มักใช้ร่วมกับ เรติน เอ อันนี้ทำให้ได้เห็นสัจธรรมอย่างนึงคือ ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส (ใช่มั้ยอะ ยัยพีชชอบมั่วตลอด
) โอกาสอะไรนั่นหรือก็พีชแทบจะไม่เคยเป็นสิวเลยหนะสิ ก็เลยไม่เคยรู้ว่าเจ้าพวกครีมที่คนเป็นสิวใช้กันทำให้ขาวขึ้นด้วย เห็นมั้ยออกจะดี …. —!
Vitamin C

เจ้าวิตามินซีนี่มีประโยชน์จริงๆคะสำหรับพีชแล้วขอยกให้เป็น Best of Supplement ไปเลย เพราะมันไม่ใช่แค่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ใช้ในการสร้างเม็ดสีผิวแล้ว มันยังมีฤทธิ์ฟอกสีผิวทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง จึงทำให้ผิวเราขาวขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้มันยังเป็นสาร Anti oxidant อีกด้วย แต่ข้อด้อยของมันคือ แพ้แสงสว่าง คะ เมื่อวิตามินซีโดนแสง ฤทธิ์ในการต้านการสร้างเม็ดสีจะถูกทำลายลง จึงมีความพยายามพัฒนาให้มีอนุพันธ์ที่มีความเสถียรมากขึ้น โดยอนุพันธ์ของวิตามินซีที่มักพบในท้องตลาดได้แก่ Magnesium L-ascorbyl phosphate (MAP), Magnesium ascorbate (PCA หรือ MAPCA), Ascorbyl oleate, Vitamin C glycoside และ Disodium ascorbyl sulfate จากงานวิจัยเค้าระบุว่า MAP ให้ผลในการยับยั้งเม็ดสีผิวได้ดีที่สุด แต่ยังน้อยกว่ากรดโคจิกค่ะ
Rumex Extract
สารสกัดจาก Rumex เป็นสารสกัดจากพืชตระกูล Rumex ถึง 4 ชนิด ได้แก่ Rumex occidentalis, Rumex maritimus, Rumex pseudonatronatus และ Rumex stenophyllus ผลการวิจัยในห้องแลป ในการออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีเนส เมื่อเทียบกับ โคจิก, อาร์บูติน และ ไฮโดรควิโนน ผลปรากฏว่า ผลปรากฏว่า Rumex ให้ค่าที่ใกล้เคียงกับโคจิก แต่มีค่าสูงกว่า อาร์บูติน และ ไฮโดรควิโนน ค่ะ
Licorice (ชะเอมเทศ)
ชะเอมเทศ มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญคือ Glycyrrhetinic acid ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส และเอนไซม์อื่นๆ ที่จำเป็นในกระบวนการสร้างเม็ดสี เช่น Dopachrome Tautomerase ทำให้การสร้างเม็ดสีเมลานินลดลง เห็นได้บ่อยมากในครีมทั่วไป แต่ไม่ค่อยขาวเท่าไหร่อะ คนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย ??? แต่มันดีตรงที่ช่วยให้ผิวอมน้ำได้ดีมากๆ
Mulberry (หม่อน)
สารสกัดจากใบหม่อน สามารถลดเม็ดสีเมลานินได้เช่นกันคะ เราจึงมักพบคำว่า Morus หรือ Mulberry ในครีม whitening อยู่บ่อยๆ หม่อนมีสารที่ทำหน้าที่เอ็นไซม์ไธโรสิเนส ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในการสร้างเม็ดสีเมลานิน จากการทดสอบใช้สารสกัดหม่อนเข้มข้น 2% ในอาสาสมัคร 20 คน พบว่าใบหน้าอาสาสมัครมีความขาวเพิ่มขึ้น 16 % ในเวลา 8 สัปดาห์
Paper Mulberry (ต้นปอสา)
ต้นปอสา ตัวนี้เป็นงานวิจัยในไทยคะ ไฮโซใช่มั้ยหล๊า ปัจจุบันพบว่าปอสาก็มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ดีไม่แพ้พืชจากต่างประเทศ มักพบเป็นส่วนผสมของครีมเม็ดลำใย และครีมใยไหมคะ (ของไทยเราน่าลองทีเดียว อิอิ)
Melanostat
เมลาโนสเตตเป็นเปปไทด์ที่สังเคราะห์ขึ้น เป็นสารสำคัญที่ทำให้ผิวขาวขึ้นตัวใหม่ ที่มีฤทธิ์ยับยั้ง
การทำงานของเอนไซม์ไทโรซีเนสและยับยั้งที่เซลล์เมลานินโดยตรง ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นส่วนผสมในครีมตัวนึงของมีสทินใช่ป่ะ
ไว้เอาไปเช็คก่อนดีกว่านะ บอกผิดไปจะแย่เอา
หมดแล้วค่ะ หาความรู้มาได้เท่านี้ ใครมีสารตัวไหนอีก ขอความกรุณาแบ่งกันกันบ้างนะคะ
ส่วน Reviva with Kojic Acid จะเป็นยังไงเดี๋ยวเดือนหน้าเจอกันน๊า จุ๊บๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tags: ความสวยความงาม




fusionpeach
ตุลาคม 13th, 2009 at 11:50 pm
จิงต้องมีกลูต้าด้วยโน๊ะ มีครีมกลูต้าด้วยแต่ยังไม่เจอที่มันผ่านมาตราฐานการผลิตเลยนี่นา
fusionpeach
พฤศจิกายน 1st, 2009 at 9:26 pm
ในส่วนของ lactic acid กับ glycolic adic พีชขอยกไปรวมกับกลุ่มสารผลัดเซลล์ผิวค่ะ