
ลักซูเรียลงสมัครส.ส. ในนามพรรคคอมมิวนิสต์ ก่อตั้งใหม่ แต่ด้วยเธอเป็นผู้หญิงแปลงเพศ
จึงทำให้เธอถูกต่อต้านจากคนหัวโบราณและกลุ่มที่รังเกียจกะเทยอย่างยิ่ง
หลายคนเปรียบเธอเป็น “ชิคซิโอลีนา” เวอร์ชั่นตลกขบขัน ชิคซิโอลีนาก็คือดาวโป๊ที่เคย
ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้เชิดหน้าเข้ามาเป็น ส.ส.เมื่อปี 2531
สำหรับลักซูเรีย เธอหาได้แยแสหรือใส่ใจไม่ หากเผชิญกับคนที่ดูถูก
เธอจะจ้องเข้าไปในตาคนนั้นและส่งยิ้มให้ ที่ทำได้เพราะเธอบอกว่าได้สร้างภูมิคุ้มกัน
การถูกเหยียดหยามเรียบร้อยแล้ว
ลักซูเรียกล่าวว่า เกือบตลอดชีวิต 40 ปี เธอเหมือนถูกกีดกันจากสังคม
การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ก็หวังจะได้เป็นปากเป็นเสียงแทนกลุ่มชาวรัก
ร่วมเพศ หวังจะมีส่วนช่วยสร้างสังคมแบบหลากหลายทางเพศ หลากหลายกลุ่ม
แต่เธอก็รำคาญไม่น้อยที่คู่แข่งมักคิดว่าหากได้เป็น ส.ส. เธอคงจะกรีดกรายในชุดเสื้อผ้า
เผ้าผม และการแต่งหน้าสุดเวอร์อันอาจจะนำสู่ความเสื่อมเสียแก่สภา ซึ่งในความเป็นจริง
เธอก็แต่งตัวแบบผู้หญิงทั่วไป มีบ้างที่แอบเปรี้ยว แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับกาลเทศะ
แต่ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน ส.ส. ในรัฐสภาอิตาลี
เรื่องยังไม่จบ เมื่อเธอได้เก้าอี้ส.ส. ก็ทำให้พวกโรคจิตสังคม transphobia เต้นผ่างๆ
นายลูซิโอ บารานี่ ส.ส.ชายหัวอนุรักษนิยมสุดขั้ว (ซึ่งอันที่จริงเป็นโรคจิตแบบนึงที่ชื่อว่า
transphobia หุหุ) ไล่บี้กดดันให้สภาลงมติสร้าง “ห้องน้ำส.ส.กะเทย” ขึ้นมาโดยเฉพาะ
แยกต่างหาก ซึ่งพอส.ส.ลักซูเรียรู้เข้าก็โกรธควันออกหู พร้อมลั่นวาจาว่าจะต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิ์
ในการเข้าห้องน้ำหญิงต่อไป
เอาละสิงานนี้ไม่รู้ใครป่วยใครบ้า อิจฉากระทั่งกะเทยได้เข้าห้องน้ำหญิงทั้งๆ ที่ผู้หญิงเองไม่มีปัญหา
เพราะวลาดิเมียร์ก็หญิงสมบูรณ์แล้วนี่ สงสารประชาชนอิตาลีที่ได้คนไม่มีหัวคิดแบบนี้ไปเป็นส.ส.
บทความนี้แปลโดย เว็บไซต์ wormsteps.com
สวัสดีคะเพื่อนๆ พีชหายไปหลายวันต้องขอโทษด้วยจริงๆคะ
ที่ผ่านมาเกือบเดือนไม่รู้ปัญหาอะไรพากันรุมเร้าขนาดนี้ ทำอะไรก็ติดขัดมีปัญหาไปหมดเลยอะ
คอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องก็เจ๊งบ๊งหมดเลยคะ งานที่ดีลกับลูกค้าไว้ก็เรียกเก็บเงินไม่ได้
พากันหายหน้าหายตาไปกันหมด อันที่จริงในสต๊อกมีเรื่องจะเขียนเยอะแยะเลยละ แต่มาดูเรื่องนี้
กันก่อนดีกว่าคะ ขอแสดงความยินดีกับผู้หญิงข้ามเพศประเทศเวียดนามด้วยนะคะที่กฏหมาย
เวียดนามอนุมัติให้ผู้หญิงข้ามเพศในเวียดนามที่แปลงเพศก่อนวันที่ 5 สิงหาคม สามารถยื่นเรื่อง
เพื่อเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ ส่วนที่แปลงเพศหลังจากนี้นั้นต้องเข้าสู่กระบวนการจิตแพทย์
ทดสอบสภาพจิตใจ เมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าร่างกายกับจิตใจขัดกันจริงก็จะสามารถยื่นเรื่อง
เพื่อขอเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ทันที ข่าวนี้เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (07/08/2008)
นอกจากนี้ทางรัฐบาลจะทำการเปลี่ยนสูติบัตรและเอกสารทั้งหมดให้ด้วยและบังคับให้เจ้าหน้าที่
เก็บเป็นความลับหากนำมาเปิดเผยจะมีโทษร้ายแรงที่เดียว ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าทำไมประธานาธิบดีเค้า
ทำไมรักใคร่ประชาชนมากมายขนาดนี้ ทำไมเค้าสามาีรถมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้
ต่างกับบ้านเมืองเรา รู้ทั้งรู้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะสร้างความแตกแยกในสังคมก็ยังจะทำ แย่โน๊ะ
แต่ที่น่าแปลกสุดๆ คือนักข่าวบ้านเราพากันปิดข่าวนี้สุดฤทธิ์คร๊าพยายามเสนอแบบบิดเบือนสุดๆ
ข่าวที่ออกทีวีทางช่อง ThaiPBS เมื่อคืน พูดแค่ว่ารัฐบาลเวียดนามอนุญาติให้สาวประเภทสอง
สามารถผ่าตัดแปลงเพศได้ ส่วนเว็บมานะเพ้อเจ้อก็หลีกเลี่ยงคีย์เวิร์ดคำว่า กะเทย สาวประเภทสอง
หรือผู้หญิงข้ามเพศแต่ใช้คำว่า “สาวยันฮี” แทน แถมเนื้อข่าวก็บิดเบือนว่าได้เฉพาะผู้พิการที่เปลี่ยนได้
งานนี้คงต้องร้องเพลง ดูดู๊ดู ดูมันทำ ทำไมถึงทำกับชั้นด๊ายยยยยยย
ป.ล. อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wormsteps.com/bbpress/topic.php?id=4 นะคะ